“บุญข้าวประดับดิน” ความเชื่อที่สืบทอดกันมาสู่รุ่นลูกหลาน

ความเชื่อเรื่อง บุญข้าวประดับดิน มีคติความเชื่อโบราณ ประจำเผ่าเพราะอุบายคนสมัยโบราณมักจะสอนลูกหลานให้ทำบุญเพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และสัตว์นรกหรือเปรต บุญข้าวประดับดิน คืออะไร ทำตอนไหน บทความนี้ horoscope thaiza จะมาแนะนำ

บุญข้าวประดับดิน คือ บุญเดือนเก้าประเพณีสำคัญชาวอีสานกระทำสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ปีนี้ตรงกับวันพระที่ 6 กันยายน ปกติจะจัดขึ้นในวันแรม 14 ค่ำ เดือน 9 ทุก ๆ ปี ทั้งนี้ในการทำบุญข้าวประดับดินนั้น ชาวบ้านจะนำข้าวปลา อาหาร คาวหวาน อาหารมงคล ผลไม้ หมาก พลู ยาเส้น ห่อด้วยใบตอง และทำเป็นห่อเล็กๆ ก่อนจะนำไปวางตามโคนต้นไม้ใหญ่หรือตามพื้นดินบริเวณรอบ ๆ เจดีย์ หรือโบสถ์โดยการทำบุญข้าวประดับดินนี้ ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว รวมถึงอุทิศส่วนกุศลให้กับสัตว์นรก หรือเปรต

คติความเชื่อตามพระธรรมบทว่า ญาติพระเจ้าพิมพิสาร ได้ยักยอกเงินวัดไปเป็นของตนเองครั้นตายไปแล้วได้ไปเกิดเป็นเปรตในนรกและเมื่อพระเจ้าพิมพิสารถวายทานแด่พระพุทธเจ้าแล้วมิได้อุทิศให้ญาติที่ตาย กลางคืนพวกญาติที่ตายมาแสดงตัวเปล่งเสียงน่ากลัวให้ปรากฏใกล้พระราชนิเวศน์ รุ่งเช้าได้เสด็จไปทูลถามพระพุทธเจ้าพระพุทธองค์ทูลเหตุุให้ทราบ พระเจ้าพิมพิสารจึงถวายทานอีก แล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้ญาติที่ตายไปจึงได้รับส่วนกุศล ฉะนั้น การทำบุญข้าวประดับดิน คือการทำเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ญาติผู้ตายแล้ว ถือเป็นประเพณีที่ต้องทำเป็นประจำทุกปี

วันแรมสิบสามค่ำ เดือนเก้าชาวบ้านจะเตรียมข้าวต้ม ขนม อาหารคาวหวาน หมาก พลู และยาเส้นไว้ 4 ส่วน ส่วนหนึ่งเลี้ยงดูกันภายในครอบครัวส่วนสองแจกให้ญาติพี่น้อง ส่วนสามอุทิศให้ญาติที่ตายไปแล้ว และส่วนสุดท้ายนำไปถวายพระสงฆ์ที่วัดเมื่อพระสงฆ์ให้พรเสร็จชาวบ้านที่มาทำบุญก็จะกรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศลไปให้ญาติผู้ที่ล่วงลับไปแล้วทุก ๆ คน

นอกจากนี้ บุญข้าวประดับดิน ตามคติความเชื่อของคนอีสานโบราณ เชื่อกันว่า เป็นการให้ทานแก่ผู้ยากไร้รวมทั้งสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของ ที่โหยหิวและอดมื้อกินมื้อมาตลอดทั้งปี การที่ตั้งอาหารไว้ที่พื้นทำให้สัตว์เหล่านั้นสามารถเข้ามากินอาหารได้อย่างเต็มที่ บุญข้าวประดับดินจึงสัณนิษฐานได้ว่า ให้ตั้งตามลักษณะอาหารเรียงรายบนพื้นดิน คืออุบายให้ลูกหลานระลึกบุญคุณผู้ล่วงลับและทำทานแด่สัตว์เร่ร่อน

ดูดวงวันนี้ คลิกที่นี่

คติความเชื่อแบบคนโบราณ คลิกที่นี่

วันไหว้พระจันทร์ : เครื่องเซ่นไหว้ต้องห้ามขาดสิ่งใดบ้าง ?

ถ้าให้พูดถึง เครื่องเซ่นไหว้ ในพิธีวันไหว้พระจันทร์ ตามคติความเชื่อของคนจีนโบราณแล้วนั้น จะต้องเตรียมเครื่องเซ่นไหว้พระจันทร์ต่างๆ ให้พร้อม แต่ 3 สิ่งที่ขาดไม่ได้จะมีอะไรบ้าง บทความนี้ horoscope thaiza จะมาแนะนำพร้อมกับบอกความหมายตามธรรมเนียมจีนโบราณว่าจะต้องวางเครื่องเซ่นไหว้พระจันทร์จำนวนหลายอย่างตามฐานะของผู้ไหว้และผู้ที่ประสงค์ขอพร แต่คนจีนโบราณว่าห้ามขาด 3 สิ่งมงคลคือ

แอปเปิ้ล 

เครื่องเซ่นไหว้พระจันทร์ แอปเปิ้ล ผลไม้มงคล แทนความสงบสุข เพราะแอปเปิ้ลออกเสียงภาษาจีนกลาง ว่า ผิงกั๋ว พ้องเสียงผิงอาน ความหมายมงคล เช่นเดียวกันความหมายภาษาจีนแต้จิ๋ว ว่าเผ่งอาง แอปเปิ้ลเปลือกสีแดง ย่อมสร้างความมงคลในตัวอยู่แล้ว

อาหารเจ 

เหตุคนจีนสมัยก่อนไหว้อาหารเจเพราะจะแสดงความเคารพ และสื่อเทพเจ้าว่าตนละเว้นเนื้อสัตว์ ไม่ตัด คร่าชีวิต อาหารเจเครื่องเซ่นไหว้พระจันทร์ ควรไหว้ชนิดแห้ง คือ วุ้นเส้น สาหร่ายทะเล ดอกไม้จีนแห้ง ฟองเต้าหู้ เห็ดหอมแห้ง

ขนมโก๋กลม 

ขนมมงคลลักษณะคล้ายพระจันทร์เต็มดวง ทำจากแป้งผสมน้ำตาลทรายขาว แต่เดิมคนจีนโบราณการ ใช้เครื่องเซ่นไหว้พระจันทร์ ด้วยขนมชนิดนี้ เพราะคติความเชื่อว่าคือตัวแทนพระจันทร์ จะต้องติดกระดาษสีแดง ไว้ใต้ขนม

วันไหว้พระจันทร์ เป็นเทศกาลที่คนสมัยก่อนจะขอพรและวางเครื่องเซ่นไหว้พระจันทร์มงคลอย่าง แอปเปิ้ล แทนความสงบสุข อาหารเจ แทนอายุยืนยาว และขนมโก๋ แทนความรักสามัคคี นั่นคือสิ่งมุ่งหวังจากใจคนจีนโบราณ

ดูดวง คลิกที่นี่

คติความเชื่อคนโบราณ คลิกที่นี่


ดวงรายปักษ์ วันที่ 1 – 15 ตุลาคม คนเกิดวันอาทิตย์ ต้องเช็คด่วน !

บทความนี้เป็นการ ดูดวง เช็คดวงรายปักษ์ ในช่วงวันที่ 1 – 15 ตุลาคม 2564 ซึ่งเป็นดวงของคนที่เกิดวันอาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็นดวงทางด้านการเงิน การงาน ความรักและทางด้านสุขภาพ โดยจะมีรายละเอียดในทุกเรื่องและทุกด้านอย่างครบถ้วน ถ้าหากพร้อมแล้วเราไปเช็คดวงรายปักษ์กันเลย

ดูดวงรายปักษ์ของคนเกิดวันอาทิตย์ ประจำวันที่ 1 – 15 ตุลาคม 64

ดวงทางด้านการเงิน

สำหรับท่านใดที่เกิดวันอาทิตย์และต้องการเช็คหรือดูดวงรายปักษ์ทางด้านการเงิน สำหรับในช่วงวันที่ 1 – 15 ตุลาคม 2564 นี้ ดวงการเงินของท่านจะมีทิศทางที่ดียิ่งขึ้น สิ่งที่คุณคาดหวังหรือคาดคิดเอาไว้ว่าจะได้มานั้น คุณจะสมหวังได้มากยิ่งขึ้นเช่นกัน แถมความสมหวังที่ว่านี้จะนำมาซึ่งเงินก้อนใหญ่ แต่จะต้องระมัดระวังอย่าให้คนใกล้ตัวยืมเงินเพราะอาจจะเป็นปัญหาได้ หากจะให้ใครยืมเงินควรตัดสินใจให้ถี่ถ้วน ถ้าไม่สนิทและคิดว่าไว้ใจไม่ได้ก็ไม่ควรให้ยืมเป็นอันขาด

ดวงทางด้านการงาน

คนเกิดวันอาทิตย์ในช่วงนี้อาจจะต้องพบเจอกับงานที่มีความหลากหลาย ซึ่งอาจจะมีงานเยอะและเข้ามาแบบพร้อม ๆ กัน จนกระทั่งทำให้คุณทำงานแทบจะไม่ทัน เพราะฉะนั้น ควรวางแผนให้ดีเป็นหลักจะส่งผลทำให้คุณสามารถจัดการงานได้ดียิ่งขึ้น

ดวงทางด้านความรัก

สำหรับคนเกิดวันอาทิตย์ที่มีคู่อยู่แล้ว อาจจะมีเวลาให้กับคนรักลดน้อยถอยลงไป เนื่องจากมีเหตุที่ทำให้คุณต้องหันไปโฟกัสสิ่งอื่น ๆ เพื่อให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น แต่เป็นความโชคดีของคุณตรงที่ คนรักของคุณก็พร้อมที่จะเข้าใจคุณอยู่เสมอ ส่วนทางด้านคนโสดนั้น ในช่วงนี้ถึงแม้ว่าจะรู้สึกเหงาใจอยู่บ้าง แต่ถ้าหากคุณได้ทำกิจกรรมอื่น ๆ ความเหงาเหล่านี้ก็จะหายไป

ดวงทางด้านสุขภาพ

ในช่วงวันที่ 1 – 15 ตุลาคมนี้ คนเกิดวันอาทิตย์อาจจะต้องพบเจอปัญหาทางด้านสุขภาพได้เช่นกัน อาจจะมีอาการปวดหัว เป็นไมเกรน หรือไม่ก็อาจจะนอนหลับได้ยากมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งส่งผลทำให้คุณนอนหลับได้ไม่เพียงพอ ทางออกที่ดีคือ คุณจะต้องลดความเครียดของคุณให้ลดน้อยถอยลงไป ซึ่งจะส่งทำให้อะไรๆ ดีขึ้นกว่าเดิม

โชคลาภ

ดวงของคนเกิดวันอาทิตย์ในช่วงวันที่ 1 – 15 ตุลาคม 64 นี้ ทางด้านโชคลาภอาจจะไม่ค่อยดีนัก หากคุณต้องการอยากจะเสี่ยงดวงให้คุณหลีกเลี่ยงที่จะเสี่ยงดวงในวันศุกร์ ส่วนวันอื่นๆสามารถเสี่ยงดวงได้ แต่ไม่ดีเท่าไหร่นัก

เป็นยังไงบ้าง กับการเช็คดวงรายปักษ์ของคนที่เกิดวันอาทิตย์ ประจำวันที่ 1 – 15 ตุลาคม 2564 ดวงของคนที่เกิดวันอาทิตย์ถือได้ว่ามีทั้งเรื่องที่ดีและเรื่องที่ไม่ดีผสมผสานกันไป ซึ่งยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ทางที่ดีคนที่เกิดวันอาทิตย์ควรที่จะวางแผนชีวิตรวมทั้งเรื่องของหน้าที่การงาน ควรหมั่นดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้มากยิ่งขึ้น แล้วปัญหาทุกๆอย่างจะค่อยๆคลี่คลาย ยังไงก็ขอให้คนที่เกิดวันอาทิตย์ทุกๆคนโชคดีนะคะ

ดูดวง คลิกที่นี่

ดูดวงรายปักษ์ คลิกเลย

เที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์ ฟินกับโลกใต้น้ำ สัมผัสกับชีวิตชาวมอร์แกน

วันนี้พวกเรามีเป้าหมายที่จะไปท่องเที่ยว “หมู่เกาะสุรินทร์” ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดดำน้ำตื้นที่สวยสดงดงามที่สุดในประเทศไทย ทางเราจึงได้ติดต่อจองเรือดำน้ำของบริษัทซาบีน่าทัวร์ ซึ่งเป็นบริษัท ท่องเที่ยว บริษัทเดียวในตอนนี้ที่ยังเปิดให้บริการนำเที่ยวไปหมู่เกาะสุรินทร์ทุกวัน ส่วนบริษัทนำเที่ยวอื่นๆให้บริการนำเที่ยวแบบวันเว้นวัน ซึ่งเราได้รู้จักคนในพื้นที่ช่วยประสานเรื่องราคาให้ จึงได้ราคาค่าบริการเรือถูกกว่าที่อื่น เพราะราคาปกติคงจะเกือบ 2000 บาท

การไปหมู่เกาะสุรินทร์ เราเริ่มเดินทางจากอำเภออ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ไปท่าเรือคุระบุรี ต้องใช้เวลา ราวๆเกือบ 3 ชั่วโมงครึ่ง ต้องตื่นกันตั้งแต่เช้า เพื่อไปลงทริปดำน้ำให้ทันเวลา 8.30 น. มาถึงที่บริษัทซาบีน่าทัวร์ ได้รับการต้อนรับจากพนักงานเป็นอย่างดี เริ่มต้นโดยการลงทะเบียน (เป็นรูปภายในบริษัท) และหลังจากนั้นมีอาหารเช้ามาเสิร์ฟ เป็นไก่ทอดกับข้าวเหนียวที่รสชาติอร่อย พร้อมกับเครื่องดื่ม ไมโล กาแฟ โอวันติน และปาท่องโก๋ ในระหว่างที่กำลังทานอาหารเช้า ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาอธิบายทำความเข้าใจการไปดำน้ำ หลังจากนั้นก็ไปลงเรือสปีดโบ๊ทลำใหญ่เพื่อไปยังจุดดำน้ำ ซึ่งตอนแรกก็แอบลุ้นอยู่ว่าน่าจะมีนักท่องเที่ยวมาดำน้ำกันเยอะแน่นอน แต่ปรากฎว่านักท่องเที่ยวที่มา ดำน้ำแบบวันเดย์ทริป มีเพียงกลุ่มเราเท่านั้น

ส่วนอีกประมาณ 6-8 คน มาแบบค้างคืน ใช้เวลาการเดินทางจากท่าเรือไปถึงหมู่เกาะสุรินทร์ 1 ชั่วโมง 10 นาที พวกเราก็นั่งไปหลับไป เพราะความง่วงที่ต้องตื่นแต่เช้า จนกระทั่งถึงหมู่เกาะสุรินทร์ จากที่ง่วงๆก็ต้องตะลึง กับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า คือน้ำสีเขียวมรกตและใสมากๆ ราวกับเรือหางยาวลอยได้ จะมีเรือหางยาวที่มาจอดรอ เพื่อรอรับลูกค้าที่มาค้างคืนไปส่งตามจุดต่างๆ ส่วนกลุ่มเราก็ลงเรือหางยาวอีกลำเช่นกัน เพื่อไปหมู่บ้านมอร์แกน ชมวิถีการเป็นอยู่ และได้เป็นตัวแทนผู้ใจบุญ นำหนังสือการเรียนและสื่อการเรียนการสอนที่เสริมสร้างทักษะเด็กไปแจกให้กับเด็กชาวมอร์แกน จากนั้นก็ถึงเวลาที่รอคอย ได้ดำน้ำสมใจ เพราะ ทั้งเรือมีเพียงกลุ่มเราเท่านั้น

จุดที่ 1 คือ ช่องขาด จุดนี้มีปลาเยอะมาก ยิ่งเจอมาเป็นฝูงๆ ยิ่งสวยงาม ปะการังก็ทอดยาว สมบูรณ์สวยงาม

จุดที่ 2 เรียกว่าอ่าวแม่ยาย ปลาอาจจะน้อย แต่แนวปะการังสมบูรณ์มากๆ วางแนวทอดยาว เป็นกิโลเมตร เรียกได้ว่า ก้มลงไปมองตรงไหนก็เจอแต่ปะการัง

จุดที่ 3 อ่าวบอน จุดนี้เป็นจุดที่เรือมาจอดให้เรือหางยาวมารับลูกค้าครั้งแรก จุดนี้แค่อยู่บนเรือก็มองเห็นปลาลายเสือ และอีกหลากหลายชนิดอย่างชัดเจน และยิ่งได้ลงไปดำดูใต้น้ำ ก็ยิ่งหลงไหลมากๆ และไม่อยากจะขึ้นมาจากน้ำเลย แต่เวลามีจำกัด จึงต้องนั่งเรือกลับสู่ท่าเรือคุระบุรี คิดไว้ว่า หากมีโอกาส จะต้องกลับมาอีกครั้ง

เมื่อกลับมาถึงท่าเรือ อาบน้ำอาบท่าและขับรถกลับที่พัก ด้วยความที่ไปตระเวนมาทั้งวัน ก็เริ่มหิว จึงได้แวะ “ร้านในเหมือง” อาหารใต้ขึ้นชื่อของที่นี่มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไหลบัวกะทิกุ้ง ได้รับรางวัล michelin star 2 ปีติด หมูฮ้อง หมูคั่วพริกเกลือ ผัดผักเหมียง รสชาติก็อร่อยเด็ดจริง พออิ่มหนังตาเริ่มหย่อนกลับที่พัก ที่จองไว้ คือ LA ve la เพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย

ข่าวสารการท่องเที่ยว คลิกที่นี่

ท่องเที่ยวทะเลไทย คลิกที่นี่

แก้ฮวงจุ้ยบ้าน โดยการหันประตูให้ถูกทิศ เปิดบ้านรับทรัพย์ !!

ตามหลักของ ฮวงจุ้ย ประตูบ้านที่ดี ควรจะต้องเปิดรับเงิน พาทรัพย์สินเงินทองเข้าบ้าน และไม่ให้รั่วไหลออกไป ยิ่งกว่านั้น ประตูบ้าน ยังมีผลต่อทิศทางลมและหลักฮวงจุ้ยอีกด้วย สำหรับบางบ้านที่ประตูหันไปในทิศทางที่ผิด จะมีผลทำให้ชีวิตของเรานั้นตกอับ ค้าขายไม่ดี มีแต่ขาดทุน แต่ก็ไม่อยากจะรื้อบ้านให้วุ่นวายและไม่มีงบที่จะสามารถแก้ไขได้ใหม่ เรามาดูกันว่าจะมีวิธีการแก้อย่างไรบ้าง และควรหันประตูไปในทิศทางใด วันนี้ horoscope thaiza จะมาเสนอและช่วยหาวิธีปรับปรุงแก้ไข ไปดูพร้อมๆกันเลย

ประตูหันไปทางทิศเหนือ

ประเทศไทยตั้งอยู่ภูมิประเทศเหนือเส้นศูนย์สูตร รับอิทธิพลจากลมหนาวทางทิศเหนือ แต่ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว หลังบ้านควรจะมีภูเขา เพื่อช่วยลดความเร็วลม หลักปฏิบัติควรเลือกต้นไม้ล้มลุกขนาดใหญ่ปลูกแนวกันลม เพื่อช่วยบังลมยามหนาว

ประตูหันไปทางทิศใต้

ตามหลักฮวงจุ้ย คือทิศที่ดี เพราะเป็นทิศที่มีลมพัดเข้าบ้านตลอด จึงควรเปิดหน้าบ้านให้โล่ง เพื่อดึงลมเข้าบ้านให้มากที่สุด รวมทั้งไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่บังหน้าบ้าน

ประตูหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

คือทิศของลมมรสุมที่ค่อนข้างแรง จึงควรปลูกพืชล้มลุกไว้ช่วยลดความแรงลมได้ ใครโดนซินแสทักว่าประตูหันผิดทิศ อย่ารื้อเพราะแก้ไขง่าย ๆ แต่ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ คืออีกหนึ่งทิศที่จะได้รับอิทธิพล จากลมหนาวมาก ซึ่งในทางฮวงจุ้ยแล้วว่าคือทิศร้าย จะนำพาความเจ็บป่วยเข้ามาสู่คนในบ้านได้ควรปลูกต้นไม้กันลม

การสร้างบ้านตามหลักฮวงจุ้ยเป็นความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น ผลดีจากการสร้างบ้านไม่ใช่แค่ความเชื่อในเรื่องของโชคลาภ ความเจริญเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงเรื่องของการดูทิศทางลมที่เข้ามาในบ้าน และควรดูความเหมาะสมของพื้นที่ด้วยว่าเหมาะแก่การสร้างบ้านตามหลักฮวงจุ้ยแบบใดบ้าง อีกทั้งควรปรึกษาสถาปนิกว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เพื่อความสวยงามของตัวบ้านเราเอง

ดูดวงวันนี้ คลิกที่นี่

หลักฮวงจุ้ย คลิกที่นี่


กทม.จัดกิจกรรมการท่องเที่ยว ล่องเรือจากกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร-บางขุนเทียน

กิจกรรมล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาจากกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ไปสู่สุดทะเลบางขุนเทียน เพื่อดูบรรยากาศทั้งสองฝั่ง ตลอดทาง การท่องเที่ยว ทางเรือ ซึ่งกรุงเทพได้ปฏิบัติปรับปรุงพื้นที่และแก้ไขภูมิทัศน์ของลำคลองไปก่อนหน้านี้ เป็นการสำรวจเส้นทางเตรียมพร้อมเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว หลังจากสถานการณ์โควิด19 คลี่คลายลง

จากท่าเรือยอดพิมาน เขตพระนคร ล่องเรือไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าสู่คลองบางกอกใหญ่ จากนั้นแวะชมย่านตลาดพลู ก่อนจะล่องเรือ ไปตามคลองสนามไชย ชมวิถีชาวบ้าน จากนั้นเข้าสู่คลองเฉลิมชัยพัฒนา เยือนถิ่นคุณกะลา เช็คอินสวนบวรประชานันท์ ล่องเรือต่อไปยังคลองขุนราชพินิจใจ ชมหลักเขต กทม. ที่ 28 และ 29 ล่องกลับสู่คลองพิทยาลงกรณ์ สิ้นสุดเส้นทางการล่องเรือและขึ้นฝั่งที่สะพานรักษ์ทะเลบางขุนเทียน

ทั้งนี้กรุงเทพมหานคร เตรียมการพัฒนาและปรับปรุงคูคลองให้สมบูรณ์ขึ้น ฟื้นฟูการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ฝั่งธนบุรี เพื่อสร้างเศรษฐกิจและรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนสองฝั่งคลอง และคาดว่าเมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติใน อีก 1-2 เดือนข้างหน้า จะมีนักเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย

กรุงเทพมหานครจึงฟื้นฟูการเดินทางทางเรือขึ้นมาอีกครั้ง และเชื่อมต่อการเดินทาง ล้อ ราง เรือ อำนวยความสะดวดให้แก่ประชาชน เชื่อมการเดินทาง วงเวียนใหญ่-มหาชัย รวมทั้งได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนริมฝั่งคลองพัฒนาให้เกิดการท่องเที่ยวทางน้ำ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ชมประเพณีโบราณเก่าๆ ศาสนาสถานต่างๆ ทั้ง พุธ คริสต์ อิสลาม เช่น วัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพมหานครได้มีการเข้ามาปรับปรุงภูมิทัศน์และจัดสร้างทางต่างๆ ทั้งหมดแล้ว โดยเขตพื้นที่ได้ร่วมกันกันดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 2 เดือน

ข่าวสารการท่องเที่ยว คลิกที่นี่

ที่เที่ยวในกรุงเทพ คลิก